วิกิพีเดีย:บทความคัดสรรประจำเดือน/พ.ศ. 2564



บทความคัดสรรแบ่งตามปี
2548 - 2549 - 2550 - 2551 - 2552 - 2553 - 2554 - 2555 - 2556 - 2557 - 2558 - 2559 - 2560 - 2561 - 2562 - 2563 - 2564


มกราคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

สัญลักษณ์เอจออฟเอ็มไพร์ส

เอจออฟเอ็มไพร์ส (สัญลักษณ์ในภาพ) เป็นชุดวิดีโอเกมวางแผนเรียลไทม์อิงประวัติศาสตร์ เดิมมีเอ็นเซ็มเบิลสตูดิโอส์เป็นผู้พัฒนา และเอ็กซ์บ็อกซ์เกมสตูดิโอส์เป็นผู้จัดจำหน่าย เกมแรกของชุด คือ เอจออฟเอ็มไพร์ส ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2540 มีการออกเกมเจ็ดเกม และสปินออฟสามเกม

เอจออฟเอ็มไพร์ส เน้นเหตุการณ์ในทวีปยุโรป แอฟริกาและเอเชีย กินเวลาตั้งแต่ยุคหินถึงยุคเหล็ก เกมภาคเสริมสำรวจการก่อตั้งและการขยายจักรวรรดิโรมัน ภาคต่อ เอจออฟเอ็มไพร์ส 2: เอจออฟคิงส์ มีฉากท้องเรื่องในยุคกลาง ส่วนภาคเสริมเน้นการพิชิตเม็กซิโกของสเปนบางส่วน เกมต่อมาสามเกม เอจออฟเอ็มไพร์ส 3 สำรวจสมัยใหม่ตอนต้น เมื่อยุโรปกำลังทำให้ทวีปอเมริกาเป็นอาณานิคม และหลายประเทศในทวีปเอเชียกำลังถดถอย เกมล่าสุด เอจออฟเอ็มไพร์สออนไลน์ ใช้แนวทางใหม่เป็นเกมออนไลน์ไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยใช้ เกมฟอร์วินโดวส์ไลฟ์ เกมสปินออฟ เอจออฟมีโธโลจี มีฉากท้องเรื่องอยู่ในสมัยเดียวกับเอจออฟเอ็มไพร์ส แต่เน้นส่วนปรัมปราวิทยาของเทพปกรณัมกรีก อียิปต์และนอร์ส เกมหลักที่สี่ในชุด เอจออฟเอ็มไพร์ส 4 อยู่ระหว่างการพัฒนา ชุด เอจออฟเอ็มไพร์ส ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ โดยขายได้กว่า 20 ล้านก๊อปปี นักวิจารณ์ยกให้ความสำเร็จบางส่วนมาจากแก่นประวัติศาสตร์และการเล่นอย่างยุติธรรม ผู้เล่นปัญญาประดิษฐ์มีข้อได้เปรียบน้อยกว่าในเกมคู่แข่งหลายเกม (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: บูโพรพิออนสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาเกว็น สเตฟานี


กุมภาพันธ์ 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

เทวรูปพระพิฆเนศ ศิลปะราชวงศ์ปาละ ศตวรรษที่ 10 จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐ

พระคเณศ (เทวรูปในภาพ) หรือที่ชาวไทยนิยมเรียกว่า พระพิฆเนศ เป็นเทวดาในศาสนาฮินดูที่ได้รับการเคารพบูชาอย่างแพร่หลายที่สุดพระองค์หนึ่ง พบรูปแพร่หลายทั้งในประเทศอินเดีย, เนปาล, ศรีลังกา, ฟิจิ, ไทย, บาหลี, บังคลาเทศ นิกายในศาสนาฮินดูทุกนิกายล้วนเคารพบูชาพระคเณศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะในคาณปัตยะเท่านั้น และการบูชาพระคเณศยังพบในพุทธและไชนะอีกด้วย

พระลักษณะที่โดดเด่นจากเทพองค์อื่น ๆ คือพระเศียรเป็นช้าง เป็นที่เคารพกันโดยทั่วไปในฐานะของเทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรค, องค์อุปถัมภ์แห่งศิลปวิทยาการ วิทยาศาสตร์ และศาสตร์ทั้งปวง และทรงเป็นเทพเจ้าแห่งความฉลาดเฉลียวและปัญญา ในฐานะที่พระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้น ในบทสวดบูชาต่าง ๆ ก่อนเริ่มพิธีการหรือกิจกรรมใด ๆ ก็จะเปล่งพระนามพระองค์ก่อนเสมอ ๆ

สันนิษฐานกันว่าพระคเณศน่าจะปรากฏขึ้นเป็นเทพเจ้าครั้งแรกในราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 ส่วนหลักฐานยืนยันว่ามีการบูชากันย้อนกลับไปเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4–5 สมัยอาณาจักรคุปตะ ถึงแม้พระลักษณะจะพัฒนามาจากเทพเจ้าในพระเวทและยุคก่อนพระเวท เทพปกรณัมฮินดูระบุว่าพระคเณศทรงเป็นพระบุตรของพระศิวะและพระปารวตี พระองค์พบบูชากันอย่างแพร่หลายในทุกนิกายและวัฒนธรรมท้องถิ่นของศาสนาฮินดู พระคเณศทรงเป็นเทพเจ้าสูงสุดในนิกายคาณปัตยะ คัมภีร์หลักของพระคเณศเช่น คเณศปุราณะ, มุทคลปุราณะ และ คณปติอรรถวศีรษะ นอกจากนี้ยังมีสารานุกรมเชิงปุราณะอีกสองเล่มที่กล่าวเกี่ยวกับพระคเณศ คือ พรหมปุราณะ และ พรหมันทปุราณะ (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: เอจออฟเอ็มไพร์สบูโพรพิออนสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา


มีนาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

เบนจามิน เมานต์ฟอร์ต

เบนจามิน เมานต์ฟอร์ต (ในภาพ) (13 มีนาคม ค.ศ. 1825 – 15 มีนาคม ค.ศ. 1898) เป็นสถาปนิกชาวอังกฤษที่ย้ายถิ่นฐานมายังนิวซีแลนด์ โดยเขาถือเป็นหนึ่งในสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศนี้ในศตวรรษที่ 19 เขาเป็นผู้มีบทบาท มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมของเมืองไครสต์เชิร์ช และได้รับการแต่งตั้งเป็นสถาปนิกท้องถิ่นคนแรกอย่างเป็นทางการในด้านการพัฒนาให้กับแคว้นแคนเทอร์เบอรี ตัวเขาเองได้รับอิทธิพลหลักปรัชญานิกายแองโกล-คาทอลิกเป็นอย่างมาก รองมาจากสถาปัตยกรรมวิกตอเรียช่วงแรก ผลงานการออกแบบรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอทิกทั้งงานไม้และหินในแคว้นถือว่าได้สร้างเอกลักษณ์แก่นิวซีแลนด์ ปัจจุบันถือได้ว่าเขาเป็นสถาปนิกผู้หล่อหลอมให้กับแคว้นแคนเทอร์เบอรี

เมานต์ฟอร์ตเกิดในเบอร์มิงแฮม เมืองอุตสาหกรรมในภาคมิดแลนส์ของอังกฤษ เป็นบุตรของผู้ทำน้ำหอมและพ่อค้าเพชรพลอย นามว่า ทอมัส เมานต์ฟอร์ต มีภรรยาชื่อ ซูซานนา (สกุลเดิม วูลฟีลด์) ในวัยหนุ่มเขาย้ายมายังลอนดอน เป็นศิษย์ของจอร์จ กิลเบิร์ต สกอตต์ในช่วงแรก (ตั้งแต่ปี 1841–46) เขายังศึกษาด้านสถาปัตยกรรมกับสถาปนิกแองโกล-คาทอลิก นามว่า ริชาร์ด ครอมเวลล์ คาร์เพนเตอร์ที่รูปแบบการออกแบบแบบกอทิกยุคกลางได้มีอิทธิพลต่อเมานต์ฟอร์ตมาโดยตลอดชีพ หลังสิ้นสุดการฝึกฝนในปี 1848 เมานต์ฟอร์ตปฏิบัติงานด้านสถาปัตยกรรมที่ลอนดอน เขาสมรสกับเอมิลี เอลิซาเบท นิวแมน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1850 หลังจากนั้นอีก 18 วัน ทั้งคู่ได้ย้ายถิ่นฐานมายังนิวซีแลนด์ ทั้งคู่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานคนแรก ๆ ในแคนเทอร์เบอรี มาถึงโดยเรือสี่ลำแรกที่ชื่อ ชาร์ลอตต์เจน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1850 ผู้ตั้งถิ่นฐานคนแรก ๆ นี้ เรียกว่า "เดอะพิลกริมส์" (The Pilgrims; นักเดินทาง) ชื่อของพวกเขาเหล่านี้ถูกสลักลงบนหินสลักทำจากหินอ่อนที่คาทีดรอลสแควร์ในไครสต์เชิร์ช ที่เมานต์ฟอร์ตช่วยออกแบบ (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: พระคเณศเอจออฟเอ็มไพร์สบูโพรพิออน


เมษายน 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

แผนภาพแสดงการสร้างเยื่อบุมดลูกและการสลายระหว่างรอบประจำเดือน

รอบประจำเดือน เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติสม่ำเสมอที่เกิดขึ้นในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง (โดยเฉพาะมดลูกและรังไข่) ซึ่งทำให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นได้ รอบประจำเดือนมีความจำเป็นต่อการผลิตเซลล์ไข่ และเตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ รอบประจำเดือนเกิดขึ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของเอสโตรเจน วงจรนี้ส่งผลให้ความหนาของเยื่อบุมดลูก (ในภาพ) และการเจริญเติบโตของไข่ ไข่จะถูกปล่อยออกจากรังไข่ประมาณวันที่ 14 ในรอบ; เยื่อบุผิวที่หนาขึ้นของมดลูกให้สารอาหารแก่ตัวเอ็มบริโอหลังฝังตัว หากไม่เกิดการตั้งครรภ์ เยื่อบุจะถูกปล่อยออกมาเกิดเป็นประจำเดือน หรือ "รอบเดือน"

หญิงถึง 80% รายงานว่ามีอาการในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน อาการที่พบบ่อย ได้แก่ สิว เจ็บเต้านม ท้องอืด รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิดและพื้นอารมณ์แปรปรวน อาการเหล่านี้รบกวนชีวิตปกติและจัดเป็นกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนในหญิง 20 ถึง 30% และใน 3 ถึง 8% เป็นอาการที่รุนแรง

รอบแรกมักเริ่มระหว่างอายุ 12 ถึง 15 ปี เรียก การเริ่มแรกมีระดู (menarche) แต่อาจพบได้เร็วสุดอายุ 8 ปี ซึ่งยังถือว่าปกติอยู่ อายุเฉลี่ยของรอบแรกในหญิงประเทศกำลังพัฒนาพบช้ากว่าในหญิงประเทศพัฒนาแล้ว ระยะเวลาตรงแบบระหว่างวันแรกของรอบแรกจนถึงวันแรกของรอบถัดไป คือ 21 ถึง 45 วันในหญิงสาว และ 21 ถึง 35 วันในผู้ใหญ่ (เฉลี่ย 28 วัน) ประจำเดือนหยุดเกิดขึ้นหลังวัยหมดระดู ซึ่งปกติเกิดระหว่างอายุ 45 และ 55 ปี ปกติเลือดออกประมาณ 3 ถึง 7 วัน (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: เบนจามิน เมานต์ฟอร์ตพระคเณศเอจออฟเอ็มไพร์ส


พฤษภาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

แผนที่เกาะโตงาตาปูเน้นนูกูอาโลฟา (สีแดง)

นูกูอาโลฟา เป็นเมืองหลวง เมืองที่ใหญ่ที่สุดและศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมของตองงา กรุงนูกูอาโลฟาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะโตงาตาปู (แผนที่ในภาพ) มีทิศเหนือติดต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศใต้ติดต่อกับลากูนฟางาอูตา ทิศตะวันตกติดต่อกับพื้นที่นอกกรุงของเขตโกโลโมตูอา และทิศตะวันออกติดต่อกับพื้นที่นอกกรุงของเขตโกโลโฟโออู มีจำนวนประชากรเท่ากับ 23,221 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ และหากนับรวมพื้นที่ Greater Nukuʻalofa จะมีจำนวนประชากรเท่ากับ 35,184 คน ด้วยจำนวนและความหนาแน่นของประชากรที่สูง กรุงนูกูอาโลฟาจึงมีสถานะเป็นเมืองโตเดี่ยว และเป็นเขตเมืองเพียงแห่งเดียวของประเทศ

ในอดีตพื้นที่นูกูอาโลฟาส่วนใหญ่อยู่ใต้ทะเล มีสภาพเป็นเกาะ ไม่ได้เชื่อมต่อกับเกาะโตงาตาปูในปัจจุบัน มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ตั้งแต่ก่อน 800 ปีก่อนคริสตกาล นับตั้งแต่การสถาปนาจักรวรรดิตูอีโตงาเป็นต้นมา นูกูอาโลฟาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิแห่งนี้ จนกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีชาวยุโรปหลายกลุ่มได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนนูกูอาโลฟา นูกูอาโลฟาเริ่มมีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ตองงาในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของตูอิกาโนกูโปลู พร้อมกับการเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศ และต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองจนถึงปัจจุบันหลังจากที่พระเจ้าจอร์จ ตูโปอูที่ 1 สถาปนาราชอาณาจักรตองงาขึ้น การสถาปนากรุงนูกูอาโลฟาเป็นเมืองหลวงนำไปสู่การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการก่อสร้างที่ทำการของหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญ รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตทั้งหมดที่มีภารกิจในประเทศตองงา ช่วงระหว่าง ค.ศ. 2005–6 มีการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในกรุงนูกูอาโลฟา แม้จะประสบความสำเร็จ แต่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจเป็นอย่างมาก (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: รอบประจำเดือนเบนจามิน เมานต์ฟอร์ตพระคเณศ


มิถุนายน 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

ผู้เล่นลิเวอร์พูลฉลองแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2019

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ แข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สำหรับการแข่งขันภายในประเทศ ลิเวอร์พูลชนะเลิศลีกสูงสุด 19 สมัย, เอฟเอคัพ 7 สมัย, ลีกคัพ 8 สมัยและเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 15 สมัย ส่วนการแข่งขันระดับนานาชาติ ลิเวอร์พูลชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 6 สมัย, ยูฟ่าคัพ 3 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 4 สมัย (การฉลองปี 2019 ในภาพ) และฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 1 สมัย

สโมสรก่อตั้งใน ค.ศ. 1892 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟีลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ถึงคริสต์ทศวรรษ 1980 เมื่อบิลล์ แชงคลี, บ๊อบ เพสลีย์, โจ เฟแกนและเคนนี แดลกลีช พาทีมชนะเลิศลีกสูงสุด 11 สมัยและยูโรเปียนคัพ 4 ใบ ต่อมาลิเวอร์พูลชนะเลิศการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนลีกอีก 2 สมัย ภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซและเยือร์เกิน คล็อพตามลำดับ ซึ่งคล็อพสามารถนำทีมชนะเลิศลีกสูงสุดในฤดูกาล 2019–20 นับเป็นการชนะเลิศลีกสูงสุดสมัยที่ 19 และสมัยแรกของยุคพรีเมียร์ลีก โดยเป็นการชนะเลิศลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: นูกูอาโลฟารอบประจำเดือนเบนจามิน เมานต์ฟอร์ต


กรกฎาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

สัญลักษณ์ของสากลที่สี่

สากลที่สี่ (สัญลักษณ์ในภาพ) เป็นองค์การระหว่างประเทศสังคมนิยมปฏิวัติอันประกอบด้วยสาวกของเลออน ทรอตสกี (หรือเรียก Trotskyist) ซึ่งมีเป้าหมายที่เปิดเผยได้แก่การล้มล้างทุนนิยมโลกและการสถาปนาสังคมนิยมโลกผ่านการปฏิวัติโลก สากลที่สี่ก่อตั้งขึ้นในประเทศฝรั่งเศสในปี 1938 เมื่อหลังถูกขับออกจากสหภาพโซเวียต ทรอตสกีและสาวกมองว่าสากลที่สามหรือโคมินเทิร์น (Comintern) เป็นหุ่นเชิดของลัทธิสตาลิน จึงไม่อาจนำชนชั้นกรรมกรทั่วโลกให้มีอำนาจทางการเมืองได้ นักลัทธิทรอตสกีจึงตั้งองค์การของพวกตนขึ้นเพื่อแข่งขัน

ในปัจจุบัน ไม่มีสากลที่สี่ที่เป็นองค์การหนึ่งเดียวที่เชื่อมแน่นรวมเข้าด้วยกัน ตลอดการมีอยู่และประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ขององค์การ สากลที่สี่ถูกตามล่าโดยเจ้าหน้าที่ของพลาธิการกิจการภายในประชาชน (NKVD) ถูกปราบปรามทางการเมืองในประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศสและสหรัฐ และถูกผู้สนับสนุนสหภาพโซเวียตปฏิเสธโดยมองว่าเป็น "ผู้เรียกร้องที่ไม่มีความชอบธรรม" สากลที่สี่ดิ้นรนเพื่อคงรักษาการติดต่อภายใต้ภาวะการถูกสลายและปราบปรามระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากข้อเท็จจริงว่าการก่อการกำเริบของชนกรรมาชีพหลังจากนั้นมักอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักลัทธิสตาลินและกลุ่มชาตินิยมสายก่อสงครามที่เข้ากับสหภาพโซเวียต นำไปสู่ความปราชัยสำหรับสากลที่สี่และนักลัทธิทรอตสกี ซึ่งหลังจากนั้นไม่มีอิทธิพลที่มีความหมายมากนักอีกต่อไป

กระนั้นในหลายส่วนของโลกรวมทั้งลาตินอเมริกา ยุโรป และเอเชียยังมีการรวมกลุ่มนักลัทธิทรอตสกีขนาดใหญ่ซึ่งดีงดูดผู้มีจุดยืนต่อต้านลัทธิสตาลินและการคุ้มครองลัทธิสากลนิยมของชนกรรมาชีพ ในกลุ่มเหล่านี้จำนวนหลายกลุ่มยังคงใช้ชื่อว่า "สากลที่สี่" โดยรวมอยู่ในชื่อองค์กร หรือเอกสารจุดยืนทางการเมืองที่สำคัญ หรือทั้งสองอย่าง (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลนูกูอาโลฟารอบประจำเดือน